การบริหารความเสี่ยงและความต่อเนื่องทางธุรกิจ การบริหารความเสี่ยงและความต่อเนื่องทางธุรกิจ

การบริหารความเสี่ยงและความต่อเนื่องทางธุรกิจ

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

เป้าหมาย

ประยุกต์ใช้หลัก COSO ERM 2017 ควบคุมความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร

ผลการดำเนินงานปี 2567

กำหนดให้ Management Committee ดำเนินการบริหารความเสี่ยงตามมาตรฐานสากลของ COSO ERM 2017: Enterprise Risk Management Integrating with Strategy and Performance

ความมุ่งมั่น ความท้าทาย และโอกาส

บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) มุ่งมั่นที่จะบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นระบบและรอบด้าน ภายใต้กรอบการบริหารความเสี่ยงตามมาตรฐานสากล COSO ERM 2017 โดยผนวกการบริหารความเสี่ยงเข้ากับกลยุทธ์หลักและการดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน ลูกค้า พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย บริษัทให้ความสำคัญต่อ ความโปร่งใส ธรรมาภิบาล และการปฏิบัติตามกฎหมาย ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงเชิงป้องกันและเชิงรุก บริษัทฯ มุ่งเน้นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับ ความปลอดภัย สุขภาพอนามัย และสิ่งแวดล้อม โดยยึดแนวทาง Zero Fatalities ไม่มีผู้เสียชีวิตจากการทำงาน และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ตลอดจนการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการลงทุนใน Green Retail Store, Zero Energy Building และโครงการ Solar Rooftop ซึ่งสะท้อนความตั้งใจที่จะเป็นผู้นำในธุรกิจค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านที่คำนึงถึงความยั่งยืน ในด้านผลิตภัณฑ์และบริการ บริษัทมุ่งมั่นพัฒนา สินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่ม ทั้งในแง่คุณภาพ ความคุ้มค่า และความยั่งยืน เช่น การนำเสนอสินค้าในกลุ่ม Furinbox เพื่อรองรับกำลังซื้อที่หลากหลาย และการพัฒนากลุ่ม Eco Product เพื่อตอบสนองกระแสรักษ์โลก ตลอดจนการยกระดับช่องทาง Omni Channel และ E-commerce เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าและบริการของบริษัทได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และคุ้มค่า

ในปี 2567 บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) ต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้านซึ่งเกิดจากทั้งปัจจัยภายนอกและภายในองค์กร ในระดับมหภาค ภาวะเศรษฐกิจไทยยังคงเปราะบางจากปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง อัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวในระดับสูง และการฟื้นตัวของกำลังซื้อที่ชะลอตัว ขณะเดียวกันยังมีความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก ทั้งภาวะเงินเฟ้อ สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และนโยบายการค้าของประเทศมหาอำนาจ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่กดดันต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ด้านการแข่งขัน บริษัทฯ ต้องเผชิญกับคู่แข่งที่หลากหลาย ทั้งผู้ประกอบการเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่จากต่างประเทศ แพลตฟอร์มออนไลน์ และสินค้าราคาถูกจากจีนที่ทะลักเข้าสู่ตลาดไทย การแข่งขันไม่จำกัดเพียงด้านราคา แต่ยังครอบคลุมถึงคุณภาพสินค้า บริการหลังการขาย ความรวดเร็วในการจัดส่ง รวมไปถึงประสบการณ์การซื้อสินค้าแบบครบวงจรผ่าน Omni Channel ซึ่งคู่แข่งหลายรายพัฒนาอย่างก้าวกระโดด

นอกจากนี้ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญ ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า คุณภาพ และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันยังนิยมเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์และ Social Media ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสูงขึ้น ทำให้บริษัทจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์การตลาด การออกแบบสินค้า และการสร้างแบรนด์ให้สอดคล้องกับความต้องการที่เปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง ในด้านการดำเนินงาน บริษัทต้องเผชิญกับความเสี่ยงจาก ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง และพลังงานที่ผันผวน รวมถึงความท้าทายในการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างการมีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการและการควบคุมต้นทุน ขณะที่ความเสี่ยงด้าน Cybersecurity และการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลก็เป็นอีกหนึ่งโจทย์ที่ทวีความสำคัญขึ้นตามการขยายตัวของธุรกิจดิจิทัล สุดท้าย ความท้าทายด้าน ธรรมาภิบาลและการพึ่งพาผู้ถือหุ้นใหญ่ ก็เป็นสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญ เนื่องจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่มีสัดส่วนถือหุ้นสูง ซึ่งอาจสร้างความกังวลต่อดุลอำนาจการตัดสินใจในสายตาผู้ลงทุน

ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการแข่งขันที่รุนแรง บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) ยังคงมีโอกาสสำคัญในการสร้างการเติบโตและเสริมสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยหนึ่งในโอกาสหลักคือ การขยายสาขาทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มช่องทางรายได้และฐานลูกค้า โดยเฉพาะการเปิดตัวร้านสาขาใหม่ เช่น สาขาสระบุรีและรัตนาธิเบศร์ รวมถึงการขยายธุรกิจผ่านแฟรนไชส์ในต่างประเทศ เช่น อินเดีย ซึ่งจะช่วยสร้างเครือข่ายและขยายการรับรู้แบรนด์บริษัทไปสู่ตลาดใหม่

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้รับแรงสนับสนุนจาก การเติบโตของช่องทางการขายออนไลน์และ Omni Channel ซึ่งตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล การขายผ่าน Website, Social Media และ E-Marketplace ทำให้ยอดขายออนไลน์เติบโตต่อเนื่องในระดับ Double-digit สองปีซ้อน นับเป็นโอกาสในการขยายฐานลูกค้าใหม่และรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้านผลิตภัณฑ์ ความนิยมใน สินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม (Eco Product) และความต้องการบริการเสริม เช่น Home Service, การออกแบบ และการติดตั้ง ถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้าและบริการของบริษัท ซึ่งไม่เพียงแต่ตอบสนองต่อกระแสรักษ์โลก แต่ยังช่วยสร้างความภักดีต่อแบรนด์ในระยะยาว

โอกาสอีกประการหนึ่งที่สำคัญคือ การยกระดับภาพลักษณ์ด้าน ESG และความยั่งยืน ซึ่งบริษัทได้รับการยอมรับในระดับสากล เช่น การได้รับรางวัลหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ระดับ AA และ รางวัล Supply Chain Management Award จากเวที SET Awards 2024 สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความสามารถในการสร้างคุณค่าทั้งในเชิงธุรกิจและต่อสังคม ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสีย

ท้ายที่สุด การดำเนินกลยุทธ์ด้าน Green Retail Store และ Zero Energy Building ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนพลังงานในระยะยาว แต่ยังเปิดโอกาสให้ ILM ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในธุรกิจค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ที่เชื่อมโยงกับแนวคิด “Sustainable Living for Future Lifestyle” ซึ่งจะเป็นจุดแข็งในการสร้างความแตกต่างและโอกาสในการแข่งขันในอนาคต

แนวทางการจัดการและแนวปฏิบัติ

นโยบายและแผนการบริหารความเสี่ยง

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของความเสี่ยงและความไม่แน่นอนในการดำเนินธุรกิจ การบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญซึ่งจะทำให้บริษัทประสบความสำเร็จ บรรลุเป้าหมายตามวัตถุประสงค์ และเติบโตอย่างยั่งยืนบริษัทจึงได้มีการติดตามประเมินความเสี่ยงเป็นอย่างดีมีการบรรเทาความเสี่ยงลงด้วยความรอบคอบในทุกการตัดสินใจในการบริหารงาน นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงขององค์กร เพื่อให้เกิดความยั่งยืนทางธุรกิจและเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย

การบริหารความเสี่ยงขององค์กรอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริษัท (Board of Directors) ผ่านคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง (Risk Management Committee) ซึ่งมีหน้าที่ในการกำกับดูแลและสอบทานให้บริษัทมีการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กรเพื่อให้ความเสี่ยงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ตามนโยบายการบริหารความเสี่ยง และได้มอบหมายให้คณะกรรมการจัดการ (Management Committee) เป็นคณะทำงานบริหารความเสี่ยงที่มีหน้าที่หาแนวทางที่เหมาะสมในการบรรเทาผลกระทบในทางลบต่อธุรกิจ อีกทั้ีงมีหน้าที่ในการเฝ้าระวังความเสี่ยงภายในองค์กร รวมถึงวิเคราะห์และให้คำปรึกษาเกี่ยวกับขั้นตอนการบริหารความเสี่ยง และเตรียมรายงานความเสี่ยงต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงเพื่อพิจารณาและเสนอแนะ

บริษัทได้พิจารณาขอบเขตในการประเมินความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทในอนาคต (Emerging risks) และความเสี่ยงทางด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและบรรษัทภิบาล (Environment, Social Governance: ESG) เพื่อให้ครอบคลุมประเด็นความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ เสียอย่างรอบด้าน กระบวนการบริหารความเสี่ยงของบริษัทได้ ประยุกต์ใช้หลักการบริหารความเสี่ยงตามมาตรฐานสากลของCOSO ERM 2017: Enterprise Risk Management Integrating with Strategy and Performance โดยมีกระบวนการดังนี้

กระบวนการบริหารความเสี่ยง

01

ระบุความเสี่ยง

ที่อาจจะเกิดขึ้นแล้วส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของบริษัท

02

ประเมินความเสี่ยง

พิจารณาจากผลกระทบและโอกาสในการเกิดของความเสี่ยง

03

จัดลำดับความเสี่ยง

พิจารณาจัดลำดับความสำคัญและความรุนแรงของความเสี่ยงทั้งหมดในภาพรวม

04

ตอบสนองความเสี่ยง

ดำเนินการเพื่อจัดการความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ โดยคำนึงถึงต้นทุนและประโยชน์จากการดำเนินการ

05

ติดตามและรายงาน

มีการติดตามการดำเนินการจัดการความเสี่ยงและรายงานผลการบริหารความเสี่ยงต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงคณะกรรมการบริษัทรับทราบเป็นประจำ

ประเภทความเสี่ยง รายละเอียด ผลกระทบ แนวทางจัดการ
ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ ความผันผวนเศรษฐกิจและภาคอสังหาริมทรัพย์ กำลังซื้อหดตัว หนี้ครัวเรือนสูง ส่งผลต่อยอดขาย ควบคุมต้นทุน, เพิ่มสินค้าราคาย่อมเยา (Furinbox), ขยายสาขาใหม่, ศึกษาความเป็นไปได้ก่อนลงทุน
การแข่งขันตลาดเฟอร์นิเจอร์และพื้นที่เช่า ส่วนแบ่งตลาดลดลง, ต้นทุนสูง, อุปทานเช่าล้น ใช้ศักยภาพโรงงาน, Omni Channel, Home Service, ทำเลศักยภาพ, รักษา Anchor Tenant
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค ผู้บริโภคต้องการสินค้าคุ้มราคา/รักษ์โลก, ซื้อออนไลน์ เพิ่ม Eco product, Furinbox, Omni Channel, AI Customer Experience
Emerging Risk: Climate Change ความเสี่ยงด้านภูมิอากาศ + Transition risk → ต้นทุน + compliance Green Retail Store (ZEB), Solar Rooftop, โครงการรีไซเคิล, T-VER, BCP, ESG Integration
ความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการ ต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรงสูง Margin ลดลง, กำไรต่ำ ติดตามราคาวัตถุดิบ, ปรับราคา, มี supplier สำรอง, Solar Rooftop ลดพลังงาน
การบริหารสินค้าคงคลัง ต้นทุนคงคลังสูง, สินค้าล้าสมัย Demand Forecast, บริหาร supply chain, Clear stock promotion, ลด SKU
Cybersecurity & IT ภัยไซเบอร์, Data leakage, ชื่อเสียงเสียหาย Cloud system, IT Audit, Hardware/Software upgrade, พนักงานอบรม, Cyber drill
ความเสี่ยงด้านการกำกับดูแลกิจการ การกำกับดูแลกิจการและต่อต้านคอร์รัปชัน เสียความเชื่อมั่นนักลงทุน, Compliance risk ปฏิบัติตาม ก.ล.ต./ตลท., CAC Membership, Whistleblowing, Audit ภายใน
ความเสี่ยงด้านการเงิน ความผันผวนค่าเงิน กระทบต้นทุนสินค้าและรายได้ต่างประเทศ Natural Hedge, Forward Contract, ทบทวนราคา, สร้างความสัมพันธ์กับธนาคาร
ความเสี่ยงจากลูกหนี้ หนี้สูญ, กระทบกระแสเงินสด ใช้หลักประกัน (L/C, Guarantee), ตั้งค่าเผื่อหนี้สูญ, ตรวจสอบเครดิต
ความเสี่ยงของผู้ถือหุ้น การพึ่งพาผู้ถือหุ้นใหญ่ มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ, ดุลอำนาจบอร์ด โครงสร้างบอร์ดมีอิสระ 5/11, Audit Committee, Conflict of interest policy
ความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน ความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน เสี่ยงละเมิดสิทธิในซัพพลายเชน, ส่งผลชื่อเสียง Human Rights Due Diligence, Risk mapping, Remediation plan
ปัจจัยความเสี่ยงต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท
1. ความเสี่ยงจากความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจและภาคอสังหาริมทรัพย์

ในปี 2568 ภาวะเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศยังคงมีความผันผวนและความไม่แน่นอน โดยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปและไม่สม่ำเสมอ ปัจจัยด้านอัตราดอกเบี้ย ภาระหนี้ครัวเรือน ระดับค่าครองชีพ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ยังคงเป็นข้อจำกัดต่อการใช้จ่าย โดยเฉพาะในสินค้าที่มีมูลค่าสูงและสามารถชะลอการตัดสินใจซื้อได้ ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก อาทิการชะลอตัวของประเทศคู่ค้า ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ราคาพลังงานและวัตถุดิบ รวมถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์อาจส่งผลต่อภาคการค้า การลงทุน และต้นทุนในห่วงโซ่อุปทานซึ่งเพิ่ม ความไม่แน่นอนต่อการดำเนินธุรกิจโดยรวมสำหรับภาคอสังหาริม ทรัพย์ การฟื้นตัวยังคงเป็นไปอย่างจำกัดจากความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อและภาวะอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้การเปิดโครงการใหม่และ การโอนกรรมสิทธิ์ที่ อยู่อาศัยชะลอตัวลง ซึ่งอาจกระทบต่อความต้องการสินค้าเฟอร์นิเจอร์และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการตกแต่งและปรับปรุงที่อยู่อาศัย นอกจากนี้ ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง รวมถึงการแข่งขันที่ยังอยู่ในระดับสูง อาจเพิ่มแรงกดดันต่อโครงสร้างต้นทุนและอัตรากำไรของผู้ประกอบการ

ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนดมาตรการบริหารความเสี่ยงโดยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจทั้งในด้านคุณภาพและความคุ้มค่าของราคา การสรรหาและคัดเลือกสินค้าที่ต อบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และการบริหารต้นทุนของสินค้าและการดำเนินงาน รวมถึงการรักษาโครงสร้างเงินทุนที่มีความมั่นคง โดยปัจจุบันบริษัทไม่มีภาระหนี้สินเงินกู้ยืมืระยะยาวซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตัราดอกเบี้ย และลดแรงกดดันต่อต้นทุนทางการเงินในภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน

ในสถานการณ์ที่ ทิศทางกำลังซื้อของผู้บริโภคมีแนวโน้ม ชะลอตัว ประกอบกับการแข่งขันจากสินค้านำเข้าราคาต่ำ บริษัทบริหารความเสี่ยงโดยนำเสนอแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ “Furinbox” ที่มีระดับราคาย่อมเยาแต่ยังคงคุณภาพตามมาตรฐานของบริษัท เพื่อรองรับพฤติกรรมการใช้จ่ายที่ระมัดระวังมากขึ้นและลดความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านราคา บริษัทได้เปิดโซน“Furinbox” โดยใช้ประโยชน์จากพื้นที่ขายภายในร้านอินเด็กซ์ลิฟวิ่งมอลล์ เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้าและดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ในช่วงที่กำลังซื้อโดยรวมชะลอตัว

ผลของความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อและภาวะอัตราดอกเบี้ย บริษัทบริหารความเสี่ยงโดยมุ่งเน้นการคัดเลือกงานโครงการที่มีความน่าเชื่อถือและมีความสามารถในการชำระเงิน โดยพิจารณาสถานะทางการเงินและประวัติการชำระเงินของลูกค้าเป็นหลัก พร้อมกำหนดเงื่อนไขการชำระเงินและติดตามการรับชำระเงินอย่างใกล้ชิด เพื่อลดความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้และรักษาสภาพคล่องของบริษัท

นอกจากนี้ บริษัทบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจและภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยการกระจายช่องทางการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีศักยภาพ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าและลดการพึ่งพาการขายผ่านสาขาเพียงช่องทางเดียว บริษัทได้พัฒนาและขยายช่องทางการขายออนไลน์อย่างครอบคลุมรวมถึงเพิ่ม ความหลากหลายของสินค้าและการวางแผนการตลาดที่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยเสริมความยืดหยุ่นในการสร้างรายได้และลดผลกระทบจากความผันผวนของกำลังซื้อ

นอกจากนี้ บริษัทบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจผ่านการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการมีโรงงานผลิตเป็นของบริษัทเองช่วยให้สามารถควบคุมต้นทุน คุณภาพและกระบวนการผลิตได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้สามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านราคาและลดผลกระทบจากความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ ขณะเดียวกัน บริษัทมุ่งเน้นการเพิ่มผลิติภาพในการทำงานและการควบคุมค่าใช้จ่ายเพื่อรองรับแรงกดดันด้านต้นทุนและรักษาความสามารถในการดำเนินธุรกิจภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนได้อย่างต่อเนื่อง

2. ความเสี่ยงจากสภาวะการแข่งขันในตลาดเฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งบ้าน

ในปี 2568 ตลาดเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านยังคงมีการแข่งขันในระดับสูงจากผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะการแข่งขันด้านราคา ความหลากหลายของสินค้า และช่องทางการจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ส่งผลให้ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบสินค้าและตัดสินใจซื้อได้ ง่ายขึ้น ขณะเดียวกัน การเข้ามาสินค้านำเข้าราคาต่ำและการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์การอยู่อาศัยอย่างรวดเร็ว อาจเพิ่มแรงกดดันต่อส่วนแบ่งตลาดและความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ หากไม่สามารถปรับกลยุทธ์สินค้า ราคา และการตลาดให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดได้อย่างทันท่วงที

บริษัทบริหารความเสี่ยงจากสภาวะการแข่งขันในตลาดเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าให้มีความแตกต่างด้านคุณภาพ การออกแบบ และความคุ้มค่าเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคในหลากหลายระดับราคาพร้อมบริหารพอร์ตสินค้าให้ครอบคลุมทั้งกลุ่มราคาประหยัดกลุ่มกลาง และกลุ่มพรีเมียม เพื่อลดการพึ่งพาการแข่งขันด้านราคาอย่างเดียว และรักษาฐานลูกค้าในภาวะที่กำลังซื้อผันผวน

บริษัทยังมีความได้เปรียบจากการมีโรงงานผลิตเป็นของบริษัทเอง ซึ่งช่วยให้สามารถควบคุมต้นทุน คุณภาพและกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้สามารถนำเสนอสินค้าที่มีคุณภาพตามมาตรฐานในระดับราคาที่สามารถแข่งขันได้ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในปัจจุบัน นอกจากนี้ บริษัทยังให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ การจัดส่ง และการติดตั้งทั่วประเทศ รวมถึงมีสินค้าให้เลือกหลากหลายทั้งสินค้าขายปลีกและสินค้าแบบสั่งผลิต (Customization) ควบคู่กับบริการเสริมด้าน Home Service เพื่อเพิ่มความสะดวกและคุณค่าให้แก่ลูกค้า

นอกจากนี้ บริษัทได้พัฒนาและกระจายช่องทางการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ควบคู่กับการจำหน่ายผ่านสาขา เพื่อเพิ่มการเข้าถึงลูกค้า รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงและลดการพึ่งพาช่องทางการขายเพียงรูปแบบเดียว

3. ความเสี่ยงจากสภาวะการแข่งขันในธุรกิจพื้นที่เช่า

ในปี 2568 ธุรกิจพื้นที่เช่าเผชิญความเสี่ยงจากภาวะอุปทานพื้นที่เช่าที่มีจำนวนมากกว่าอุปสงค์ ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวอย่างจำกัด ส่งผลให้ผู้ประกอบการและร้านค้าผู้เช่ามีความระมัดระวังในการขยายธุรกิจหรือเช่าพื้นที่ใหม่ ขณะเดียวกัน ผู้เช่าบางรายอาจมีผลประกอบการที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการตัดสินใจไม่ตอสัญญาการยกเลิกสัญญาเช่า หรือการเปลี่ยนผู้เช่า ส่งผลให้บริษัทอาจเผชิญความเสี่ยงด้านอัตราการเช่าพื้นที่และความต่อเนื่องของรายได้จากธุรกิจพื้นที่เช่า

บริษัทตระหนักถึงความเสี่ยงจากภาวะอุปทานพื้นที่เช่าที่มีมากกว่าอุปสงค์อย่างต่อเนื่อง จึงให้ความสำคัญกับการคัดเลือกทำเลของโครงการ The Walk และ Little Walk โดยมุ่งเน้นทำเลที่มีศักยภาพ รายล้อมด้วยโครงการที่อยู่อาศัยใกล้แหล่งกิจกรรมสำคัญ และสามารถเข้าถึงได้สะดวกผ่านเส้นทางคมนาคมหลายสาย รวมถึงครอบคลุมกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อ เพื่อเพิ่มโอกาสในการดึงดูดผู้เช่าและผู้ใช้บริการในระยะยาวขณะเดียวกัน บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างและรักษาความสัมพันธ์กับพันธมิตรทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้โครงการมีผู้เช่าหลัก (Anchor Tenant) ที่มีความน่าเชื่อถือ ซึ่งช่วยเสริมความน่าสนใจของพื้นที่และสนับสนุนการดึงดูดผู้เช่ารายย่อยและผู้บริโภคเข้าสู่โครงการ นอกจากนี้ บริษัทบริหารต้นทุนของธุรกิจให้เช่าและให้บริการพื้นที่เช่าอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการบริหารจัดการพื้นที่อย่างยืดหยุ่น เพื่อให้สามารถปรับรูปแบบการให้บริการและเงื่อนไขต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เช่า ภายใต้สภาวะตลาดที่มีความท้าทาย

4. การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหรือความต้องการของลูกค้า/ผู้บริโภค

ในปี 2568 พฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากปัจจัยด้านเทคโนโลยีช่องทางดิจทัล ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย และภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน ส่งผลให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าราคา คุณภาพ และความสะดวกในการเข้าถึงสินค้าและบริการมากขึ้น หากบริษัทไม่สามารถปรับสินค้า รูปแบบการให้บริการช่องทางการจำหน่าย และกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงทีอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน ความพึงพอใจของลูกค้า และผลการดำเนินงานของบริษัทในระยะยาว

บริษัทบริหารความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภค โดยติดตามแนวโน้มตลาดและพฤติกรรมลูกค้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำเทคโนโลยีดิจทัลและการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า การบริหารพอร์ตสินค้า และการวางแผนการตลาด เพื่อให้สามารถปรับสินค้าและการสื่อสารให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดได้อย่างเหมาะสม

ขณะเดียวกัน บริษัทตระหนักถึงแนวโน้มที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น จึงพัฒนาสินค้าและรูปแบบการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสมการคัดเลือกวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ ควบคู่กับการพัฒนาพอร์ตสินค้าให้มีความหลากหลาย และการกระจายช่องทางการจำหน่ายทั้งผ่านสาขาและแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าและลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการซื้อ

ความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate change risk)

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศไทยอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทในทางอ้อม จากความแปรปรวนของสภาพอากาศและเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรงที่มีแนวโน้ม เกิดขึ้นบ่อยขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อภาคการผลิต การขนส่ง และต้นทุนในห่วงโซ่อุปทานโดยรวม รวมถึงต้นทุนด้านพลังงานและวัตถุดิบในตลาด แม้ในปัจจุบันบริษัทยังไม่ได้รับผลกระทบหรือความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญโดยตรง ขณะเดียวกัน แนวโน้มด้านกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย และความตระหนักด้านความยั่งยืนของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลให้บริษัทจำเป็นต้องปรับแนวทางการดำเนินธุรกิจและรูปแบบสินค้าในอนาคต หากไม่สามารถเตรียมความพร้อมและปรับตัวได้อย่างเหมาะสม อาจเพิ่มข้อจำกัดต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจและการแข่งขันในระยะยาว

จากประเด็นความด้าน ESG ที่มีความเข้มข้นขึ้นทำให้ผู้ประกอบการในธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ โดยเฉพาะผู้ส่งออกทั่วโลก ต้องเผชิญกับความท้าทายสำคัญจากมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศคู่ค้าที่เป็นผู้นำเข้าเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่ของโลก ซึ่งบริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการปรับตัวในการดำเนินธุรกิจ และปรับกลยุทธ์การจัดการด้าน Supply Chain ในปี 2567 บริษัทได้รับรางวัล “Highly Commended Supply Chain Management Awards” ประเภทกลุ่มรางวัล Sustainability Excellence จากเวที SET Awards 2024 สำหรับกลุ่มบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักัทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่มีมูีลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด สูงกว่า 10,000 ล้านบาท แต่ไม่เกิน30,000 ล้านบาท และในปี 2568 ได้รับรางวัลหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ระดับ AAA จากตลาดหลักัทรัพย์แห่งประเทศไทย (ปี 2566 : ระดับ BBB) สะท้อนถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการดำเนินงานของบริษัทฯ ที่ยึดกรอบความยั่งยืนรอบด้าน ครอบคลุมทั้งมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) ภายใต้แนวคิดหลักของบริษัทฯ “Sustainable Living for Future Lifestyle” เพื่อสร้างคุณภาพชีวิต สังคม สิ่งแวดล้อมที่ดี ตามหลักธรรมาภิบาลสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

บริษัทยังคงดำเนินการติดตั้งระบบพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี 2561 เพื่อนำพลังงานสะอาดแทนไฟฟ้ามาใช้ในร้านอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ศูนย์กระจายสินค้า และโรงงาน ปัจจุบันมีการติดตั้งทั้งหมด 29 แห่งเพื่อเป็นการประหยัดพลังงานอย่างยั่งยืน และได้เข้าร่วม โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (Low Emission Support Scheme: Less) จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) ณ สิ้นปี 2568 บริษัทได้ติดตั้งระบบ Solar Rooftop แล้ว จำนวน 29 แห่งทั่วประเทศ และอยู่ระหว่างการขยายเพิ่มเติมในปีถัดไป โดยในปี 2568 บริษัทสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้รวม 17,315 เมกะวัตต์ ชั่วโมง (MWh) เพิ่มขึ้นจากปีฐาน 15.82 % และสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 8,107.29 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ เทียบเท่า (tCO₂e)

บริษัทยังได้เข้าร่วมโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) จาก อบก. เพื่อแสดงว่าโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาสาขาอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ (Solar Rooftop System of Index Living Mall Public Company Limited) ได้รับการขึ้นทะเบียนโครงการเรียบร้อยแล้ว 3 โครงการ รวมทั้งหมด 23 สาขา

บริษัทได้เตรียมความพร้อมของการเตรียมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่อาจจะเกิดขึ้นโดยมีแผนการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan : BCP) ที่ชัดเจน และการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนที่คำนึงถึงมิตสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายทางด้านความยั่งยืนของบริษัท โดยมีการกำหนดนโยบายจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านกลไกการประหยัดพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน และปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมไปถึงการจัดการขยะและของเสียจากห่วงโซ่คุณค่าของบริษัท นอกจากนี้ บริษัทมีนโยบายและเป้าหมายในการพัฒนาสินค้าใหม่ที่เป็น Eco Productทั้งเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน และการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ให้มีขนาดเล็ก็ลง กระทัดรัดง่ายต่อการขนส่ง และปริมาณในการใช้พลาสติกห่อหุ้มลดลง เพื่อช่วยลดพื้นที่ในการวางสินค้าซึ่งส่งผลให้จำนวนรอบในการขนส่งสินค้าลดลง และช่วยลดปริมาณพลาสติกซึ่งเป็นปัจจัยในการสร้างก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อม

ความเสี่ยงจากการความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ

ต้นทุนของธุรกิจผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ ประกอบด้วยต้นทุนค่าสินค้า ต้นทุนแรงงาน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้แก่ค่าสาธารณูปโภค ค่าโฆษณาและส่งเสริมการขาย อัตราการทำกำไรของธุรกิจมีแนวโน้มถูกกดดันจากต้นทุนการผลิตจากราคาไม้และอลูมิเนียมที่ปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่ราคาเหล็กแม้จะมีทิศทางปรับตัวลดลง แต่ยังมีความผันผวนอยู่มากและค่าแรงงานที่มีโอกาสปรับขึ้นตามนโยบายปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำของรัฐบาล จะส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น

บริษัทมีการติดตามความเคลื่อนไหวของราคาวัตถุดิบและราคาพลังงานอย่างใกล้ชิด และได้ประเมินผลกระทบของราคาต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้นล่วงหน้า เพื่อหาแนวทางในการลดผลกระทบจากต้นทุนที่ปรับตัวขึ้น โดยมีทบทวนราคาสินค้า โดยเฉพาะสินค้าเฟอร์นิเจอร์ที่มีสัดส่วนการใช้ ไม้ปาร์ติเกิ้ลบอร์ดสูง และสินค้านำเข้าทั้งหมด เพื่อพิจารณาปรับเพิ่ม ราคาขายให้เหมาะสมและยังสามารถแข่งขันได้ในตลาดรวมทั้งมีการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ขายวัตถุดิบหลักอีกทั้ง บริษัทมีการวางแผนการผลิตล่วงหน้าร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างโรงงานกับฝ่าย Supply Chain ให้มีความยืดหยุ่นในการปรับตัวเรื่องการผลิตให้สอดคล้องกับการขายจริงที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที และระมัดระวังค่าใช้จ่ายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการนำเข้า รวมทั้ง สรรหาผู้ผลิตและผู้ขายในประเทศทดแทนการนำเข้า

ในการสรรหาและจัดซื้อสินค้า บริษัทมีการสั่งซื้อสินค้ากับผู้ขายสำหรับสินค้า โดยรวบรวมสินค้าหลายรายการเพื่อให้ได้ปริมาณที่สามารถได้ราคาที่ถูกลง และยืนยันราคาต้นทุนเดิมในระยะเวลา 6 เดือน ถึง 1 ปี เพื่อลดความเสี่ยงในช่วงที่ราคาต้นทุนมีความผันผวน หรือค่าเงินผันผวนอย่างรุนแรง นอกจากนี้ยังได้เตรียมผู้ขายสำรองทั้งในประเทศและต่างประเทศสำหรับในสินค้าประเภทเดียวกัน เพื่อเป็นทางเลือกอื่นหากต้นทุนของผู้ขายหลักมีการเปลี่ยนแปลงแบบมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ บริษัทมุ่งพัฒนาและออกแบบให้สินค้ามีการใช้วัสดุส่วนประกอบร่วม และประเภทของแพ็คเกจจิ้งที่สามารถใช้ร่วมกันได้ เพื่อให้ได้ปริ้ มิาณสั่งซื้อที่สามารถต่อรองให้ได้ตนทุนที่ดีขึ้ีนและลดจำนวน SKU ที่ต้องบริหารจัดการ โดยการปรับการออกแบบสินค้า จะคำนึงไม่ให้กระทบกับฟังกชั่นการใช้งานและความสวยงามของสินค้า มีต้นทุนที่แข่งขันได้และ margin ในระดับที่เหมาะสมกรณีราคาต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทได้วางแผนในการบริหารจัดการและควบคุมค่าใช้จ่ายของกลุ่มบริษัทอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาพลังงาน โดยดำเนินการติดตั้งสถานีเติมน้ำมัน (Fuel Bunker) ภายในศูนย์กระจายสินค้า ซึ่งทำให้บริษัทสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายจากอัตราค่าน้ำมันที่ดีขึ้นและได้รับ Rebate จากการเติมน้ำมันได้อีกทางด้วย บริษัทสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าจากการใช้ประโยขน์ของหลังคาโรงงานและสาขาของ Index Living Mall ติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าทดแทนมาอย่างต่อเนื่อง มีการปรับเปลี่ยนระบบปรับอากาศให้มีประสิทธิภาพและประหยัดไฟฟ้า รวมถึงการนำรถไฟฟ้ามาใช้ในการจัดส่งสินค้า ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและลดเกิดก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกได้ในระยะยาว

ความเสี่ยงจากการบริหารสินค้าคงคลัง

บริษัทให้ความสำคัญกับนโยบายการควบคุมสินค้าคงคลังอย่างเข้มข้น เพื่อให้รองรับการส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าและการขยายธุรกิจของบริษัท ในขณะเดียวกัน ต้องมีการบริหารจัดการให้ระดับสินค้าคงคลังให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดจากการต้นทุนในการบริหารจัดการและการจัดเก็บสินค้าคงคลัง และการเสื่อมสภาพและเสียหายของสินค้า

บริษัทมีการบริหารสินค้าคงคลังตลอดทุกกระบวนการSupply Chain ดังนี้

  • การสั่งซื้อสินค้าที่มีการนำระบบ Demand Forecast มาช่วยในการทำประมาณการณ์สั่งซื้อสอดคล้องกับเป้าขายที่ได้ตกลงร่วมกันกับฝ่ายขาย เพื่อช่วยในการบริหารและควบคุมการเปิดการสั่งซื้อที่สูงจนเกินไป มีประสิทธิภาพและแม่นยำสูงขึ้น
  • บริหารแผนการสั่งซื้อสินค้าที่ทำงานร่วมกับโรงงานของบริษัทอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถผลิตและมีสินค้าเพียงพอในช่วงโปรโมชั่นหรือการส่งงานโครงการ โดยไม่สูญเสียโอกาสในการขายและไม่สร้างสต็อกสินค้ามากเกินความจำเป็น
  • กำหนดเกณฑ์ในการจัดการสินค้าใหม่อย่างเข้มข้น ร่วมกันระหว่างทีมกลยุทธ์พัฒนาผลิตภัณฑ์และทีม Trading เพื่อจัดการสต็อกสินค้าใหม่ตั้งแต่ต้นทาง
  • ปรับเกณฑ์ในการจัดทำ Class สินค้าให้สะท้อนผลการดำเนินงาน และกำหนดนโยบายในการจัดการสินค้าแต่ละ Classเพื่อนำมาจัดการสินค้าต่อ อาทิผลักดันการขาย ยกเลิกสินค้าที่ไม่สร้างกำไร ซึ่งเป็นการควบคุมสต็อกสินค้าจากต้นทาง
  • มุ่งเน้นเคลียร์สต็อกสินค้าประเภทที่เคลื่อนไหวช้า และสินค้าล้าสมัย ด้วยการจัดโปรโมชั่น การให้ส่วนลด และจัดงานDC Clearance Sale เป็นประจำ
ความเสี่ยงด้านภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cyber SecurityRisk) และความปลอดภัยด้านข้อมูลและระบบสารสนเทศ (IT Security)

จากแนวโน้มการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันต้องอาศัยเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนธุรกิจมากขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cyber Threat) ปัญหาภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น และ หากระบบสารสนเทศและเทคโนโลยีเกิดมีปัญหาหรือเกิดการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า หรือความเสี่ยงจากการโจรกรรมข้อมูลสำคัญ การลักลอบเข้ามาแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูล หรือการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์หลอกลวง (Phishing) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้าและผู้ที่เกี่ยวข้องรวมทั้งผลกระทบเชิงลบต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของบริษัท

บริษัทได้ดำเนินการเพิ่ม เติมในการดูแลความปลอดภัยของข้อมูลและระบบสารสนเทศ โดยมีการกำหนดแผนดำเนินการเพื่อรองรับกรณีเกิดเหตุ Cyber Attack มีการติดตามและตรวจสอบ และแจ้งเตือนกรณีเกิดการรั่วไหลของข้อมูลหรือเหตุคุกคามทางไซเบอร์ นอกจากนี้ เพื่อเพิ่มระดับความปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหลัก บริษัทได้ปรับปรุง Server ให้ขึ้นไปอยู่บน Cloud สำหรับการทำงานของระบบ และ IT Infrastructure กำหนดให้มี้กีารสอบทานการควมคุม เป็นประจำทั้งภายใน และผู้ตรวจสอบภายนอก พร้อมกับมีเจ้าหน้าที่ด้านระบบควบคุมการทำงาน และแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นตลอดเวลาบริษัทมีแผนในการสรรหาและพัฒนาระบบ Hardware และ Software ให้มีความทันสมัยเพื่อรับมือกับอาชญากรรมทางไซเบอร์รูป แบบใหม่และป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยผู้ไม่เกี่ยวข้อง

บริษัทจึงมีการติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยให้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ เพิ่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ รวมทั้งจัดการสื่อสารและให้ความรู้กับพนักงานทั้งองค์ก์รเพื่อให้เกิดความเข้าใจและตระหนักัถึงเรื่องภัยคุกคามทางไซเบอร์ ความปลอดภัยด้านการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลและการละเมิดข้อมูลของลูกค้าอย่างไม่เหมาะสม ตลอดจนดำเนินการด้านการจัดการช่องโหว่ด้านความมั่นคงทางไซเบอร์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการเกิดสถานการณ์ที่อาจนำไปสู่การโจมตีทางไซเบอร์ โดยมีการทำการทดสอบการโจมตีระบบสารสนเทศ และประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ ป้องกัน จุดอ่อน และแก้ไขระบบสารสนเทศภายในบริษัทฯ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นมีทดสอบการจัดการเหตุการณ์ความไม่มั่นคงทางไซเบอร์เพิ่อจัดการและลดความเสียหาย จากสถานการณ์การโจมตีทางไซเบอร์ เพื่อประเมินและวิเคราะห์สาเหตุข้อสังเกต และข้อแนะนำเพื่อป้องกันการเกิดสถานการณ์ในอนาคต

ความเสี่ยงด้านการกำกับดูแลกิจการ

การกำกับดูแลกิจการภายใต้คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารกิจการอย่างยั่งยืน โดยส่งเสริมให้บริษัท มีการปฏิบัติงานตามหลักจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทแนวปฏิบัติที่ดีสำหรับกรรมการบริษัท กฏระเบียบ และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักกรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญต่อการเปิดเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส โดยกำหนดไว้ในแนวปฏิบัติที่ดีที่อยู่ในคู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณองค์กร ที่ได้เปิดเผยไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นและผู้ที่สนใจได้รับทราบ โดยคำนึงถึงความถูกต้อง ครบถ้วนเพียงพอและเชื่อถือได้ อีกทั้งการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่ไม่ไม่ใช่การเงินตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ และข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์ เช่น การเปิดเผยข้อมูลในแบบ 56-1 One Report ทั้งภาษาไทยและอังกฤษโดยมีหน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ และเลขานุการบริษัทรับผิดชอบในการตอบข้อซักถาม

นอกนี้บริษัทได้เข้าเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (Thai Private Sector Collective Action Against Corruption : CAC) ในปี 2568 บริษัทได้มีการรับรองการต่ออายุสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย ครั้งที่ 1 ระดับ 2 ดาว โดยมีผลต่อเนื่องถึงวันที่ 31 กันยายน 2571 เป็นดำเนินการเพื่อกำกับดูแลกิจการให้มีบรรษัทภิบาลที่ดีมีความน่าเชื่อถือ โปร่งใสไร้ทุจริตคอร์รัปชั่น และเป็นไปตามนโยบายการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน มีการจัดช่องทางรับเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชันจากผู้มีส่วนได้เสียและมีการสอบทานการควบคุมภายในและกระบวนการทำงานที่มีความเสี่ยงด้านทุจริตคอร์รัปชันโดยหน่วยงานตรวจสอบภายในเป็นประจำทุกปีทั้งนี้ เพื่อให้พนักงานทุกคนตระหนักถึงพิษภัยของการทุจริตคอร์รั์ปชัน และเข้าใจแนวทางปฏิบัติที่ิถูกต้องและเหมาะสม บริษัทจัดให้มีการสื่อสารความรู้และประชาสัมพันธ์เรื่องการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน และจัดอบรมให้กับพนักงานใหม่ที่ต้องเข้าร่วมทุกคน

ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน

ในปี 2568 อัตราแลกเปลี่ยนมีแนวโน้มผันผวนจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและการเงินทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจที่มีการนำเข้าสินค้าและวัตถุดิบจากต่างประเทศ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอาจทำให้ต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเปลี่ยนแปลงจากที่ประมาณการไว้ และเพิ่มความไม่แน่นอนต่อโครงสร้างต้นทุนและอัตรากำไร อย่างไรก็ดี ในปี 2568 ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าเมื่อเทียบกับบางสกุลเงินหลัก ซึ่งอาจส่งผลเชิงบวกต่อธุรกิจที่มีการนำเข้า โดยช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงเวลาดังกล่าว

ทั้งนี้ บริษัทยังคงมีการบริหารจัดการด้านอัตราแลกเปลี่ยนอย่างเคร่งครัด เพื่อบริหารความเสี่ยงที่เกิดจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่มีต่อทั้งการนำเข้าสินค้าและรายได้จากต่างประเทศของบริษัทให้อยู่ในระดับมีเหมาะสม โดยบริษัทมีการจัดทำ Natural Hedge จากธุรกรรมการขายสินค้า และซื้อวัตถุดิบของบริษัท รวมทั้งมีการทบทวนการตั้งราคาสินค้าที่นำเข้าใหม่ให้ครอบคลุมต่อค่าใช้จ่ายในการนำเข้าสินค้าและการผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ให้ยังสามารถรักษาอัตรากำไรไว้อย่างเหมาะสม รวมทั้งบริษัทยังมีนโยบายการจัดการความเสี่ยงจากการผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนด้วยการเข้าทำสัญญาเงินตราต่างประเทศโดยเข้าทำสัญญาอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการผันผวนของอัตัราแลกเปลี่ยนในบางช่วงเวลานอกจากนี้ มีการติดตามสถานการณ์การเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด ตลอดจนมีการสร้างและรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับสถาบันการเงินต่างๆ รวมถึงติดตามข่าว

ลูกหนี้ - ธุรกิจค้าปลีก

ลูกค้าของบริษัท แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ 1) กลุ่มรายย่อย คือลูกค้าหน้าร้านและลูกค้าออนไลน์ที่ส่วนใหญ่ขายสินค้าเป็นเงินสด 2) กลุ่มลูกค้าโครงการในประเทศ 3) กลุ่มลูกค้าต่างประเทศ ในกลุ่มที่ 2 และ 3 เป็นกลุ่มที่มีการซื้อขายเป็นจำนวนมาก บริษัทอาจมีการพิจารณาให้เครดิตตามความเหมาะสม โดยพิจารณาผลการดำเนินงาน สถานะทางการเงิน ความสามารถในการชำระหนี้เป็นหลัก เพื่อลดความเสี่ยงในการไม่ได้รับชำระ เนื่องด้วยลูกค้าสองกลุ่มนี้ มีระยะเวลาในการผลิตและส่งมอบนาน ลูกหนี้จะต้องมีการวางหลักประกันเพื่อเป็นการประกันการชำระหนี้ ได้แก่ หนังสือค้ำประกัน และLetter of Credit เป็นต้น

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 และ 2567 มีลูกหนี้ค้างชำระจำนวน 224.1 ล้านบาทและ 258.7 ล้านบาทตามลำดับโดยส่วนใหญ่เป็นลูกค้าโครงการ ซึ่งบริษัทได้ประเมินระยะการชำระหนี้ และพิจารณาการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญอย่างเหมาะสมและเพียงพอแล้ว

การพึ่งพิงผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือบริษัทในเครือของผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้บริหาร

ณ วันที่ 31 มกราคม 2568 ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทคือกลุ่ม ครอบครัวปัทมสัตยาสนธิ และบริษัท ครอบครัวธรรมดาพาณิชย์ จำกัด ถือหุ้นรวมทั้งหมดในบริษัท จำนวน 378.19 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 74.89 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท ดังนั้น ผู้ถือหุ้นรายอื่นของบริษัทฯ จึงมีความเสี่ยงการมีกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่มากกว่าร้อยละ 50.0 ซึ่งมีอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบายการบริหารงาน รวมถึงการถ่วงดุลอำนาจในการโหวตคะแนนในเรื่องที่ผู้ถือหุ้นใหญ่เสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณา

บริษัทตระหนักถึงการบริหารจัดการธุรกิจด้วยธรรมภิบาล ที่มีความโปร่งใส และตรวจสอบได้ จึงได้จัดโครงสร้างการจัดการของบริษัท ซึ่งประกอบด้วย คณะกรรมการบริษัทคณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริหาร โดยคณะกรรมการแต่ละชุดจะมีการกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่อย่างชัดเจน ปัจจุบัน โครงสร้างคณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการทั้งหมด 11 ท่าน ในจำนวนนี้มีกรรมการที่เป็นกรรมการอิสระจำนวน 5 ท่าน โดยมีกรรมการอิสระดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการตรวจสอบ 3 ท่าน เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบ ถ่วงดุลการตัดสินใจ และพิจารณาอนุมัติรายการต่างๆ ก่อนนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น นอกจากนี้ ในกรณีที่เข้าทำรายการที่ เกี่ยวโยงกันกับกรรมการ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอำนาจควบคุมกิจการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง บุคคลดังกล่าวจะไม่มีสิทธิออกเสียงในการอนุมัติรายการดังกล่าว และ ในกรณีที่มีกีารเสนอขายหลักัทรัพย์ที่ก ระทบต่อผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นรายย่อยมีสิทธิออกเสียงคัดค้าน โดยใช้คะแนนเสียงเพียงร้อยละ 10 ของผู้ถือหุ้นที่มาร่วมประชุม รวมทั้งในการอนุมัติรายการจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) และ ตลาดหลักทรัพย์ฯ

การลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทต่างประเทศ

ไม่มี

ความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการเคารพและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่าทางธุรกิจ โดยมุ่งมั่นดำเนินงานให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนสากล ครอบคลุมการดำเนินงานของบริษัท บริษัทย่อยภายใต้การบริหารจัดการคู่ค้า และนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทาน รวมถึง ผู้เช่า ลูกค้า ผู้รับเหมา และผู้มีส่วนได้เสียที่อาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจของบริษัท

ในปีที่ผ่านมา บริษัทได้ยกระดับการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน โดยเริ่มดำเนินการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD)เพื่อระบุประเมิน และจัดลำดับความสำคัญของประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจพร้อมกำหนดมาตรการป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างเหมาะสม

บริษัทได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญภายนอกในการพัฒนาแนวทางและกรอบการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนให้สอดคล้องกับบริบทการดำเนินธุรกิจของบริษัท รวมถึงการจัดทำมาตรการแก้ไข การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นธรรม และการสื่อสารข้อมูลต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างโปร่งใสทั้งนี้ บริษัทจะนำผลการประเมินดังกล่าวไปบูรณาการเข้ากับกระบวนการบริหารความเสี่ยง การกำหนดนโยบาย และการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

ลูกค้า
ผลประโยชน์ที่ได้รับ
  • ได้รับสินค้าคุณภาพหลากหลาย ราคาคุ้มค่า (เช่น Furinbox, Eco Product)
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
  • พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง รอสินค้าราคาถูก/รักษ์โลก, ความไม่พอใจต่อคุณภาพหรือบริการอาจกระทบความเชื่อมั่น
คู่ค้าทางธุรกิจ
ผลประโยชน์ที่ได้รับ
  • มีโอกาสร่วมมือพัฒนา Supply Chain ยั่งยืน, การสั่งซื้อสม่ำเสมอช่วยสร้างรายได้
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
  • ความเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบผันผวน, การพึ่งพาซัพพลายเออร์รายหลักมากเกินไป
พนักงาน
ผลประโยชน์ที่ได้รับ
  • ได้รับการพัฒนาในระบบ Omni Channel, Digital Skills, ESG
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
  • ความเสี่ยงจากการปรับตัวไม่ทันต่อเทคโนโลยีและการแข่งขัน, ความมั่นคงการจ้างงานเมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว
ผู้ถือหุ้น
ผลประโยชน์ที่ได้รับ
  • ผลประกอบการเติบโต, การจ่ายปันผล, ความมั่นใจจาก SET ESG Ratings ระดับ AA
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
  • ความเสี่ยงจากการพึ่งพาผู้ถือหุ้นใหญ่, ความผันผวนเศรษฐกิจและค่าเงินที่กระทบกำไร
ชุมชนและสังคม
ผลประโยชน์ที่ได้รับ
  • ได้รับประโยชน์จากการจ้างงานและกิจกรรม CSR, Green Retail Store (Zero Energy Building)
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
  • ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินงาน/ห่วงโซ่อุปทาน หากจัดการไม่ดีอาจถูกวิพากษ์วิจารณ์
หน่วยงานภาครัฐและอื่นๆ
ผลประโยชน์ที่ได้รับ
  • ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน สิ่งแวดล้อม และการเปิดเผยข้อมูลโปร่งใส
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
  • ความเสี่ยงหากไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบใหม่ ๆ เช่น สิ่งแวดล้อม/ภาษี/แรงงาน
คู่ค้าเชิงธุรกิจ (เช่น ผู้เช่าพื้นที่ใน The Walk, Little Walk)
ผลประโยชน์ที่ได้รับ
  • ได้ทำเลศักยภาพ ดึงดูดลูกค้าเพิ่ม, เกิด Anchor Tenant ที่แข็งแกร่ง
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
  • หากอุปทานล้นตลาด/เศรษฐกิจชะลอตัว ผู้เช่าเปราะบาง เสี่ยงไม่ต่อสัญญา