การจัดการพลังงานไฟฟ้า

บริษัทให้ความสำคัญต่อการบริหารพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ในปี 2567 บริษัทได้ดำเนินการบำรุงรักษาเครื่องจักร อุปกรณ์ไฟฟ้าและปรับปรุงระบบพลังงานอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการประหยัดพลังงานในองค์กรและสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้พนักงานมีส่วนร่วมในการประหยัดพลังงานและใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ขยายการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) เพื่อเพิ่มสัดส่วนการบริโภคพลังงานสะอาดของบริษัท มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานไฟฟ้าต่อรายได้ ส่งผลให้การใช้ไฟฟ้าต่อรายได้ลดลงจาก 6,543 เป็น 6,363.97 kWh/ล้านบาท คิดเป็นการลดลงของการใช้ไฟฟ้า 2.75% จากปี 2566 ถึง 2567
โครงการ Solar rooftop
บริษัทให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และมุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน บริษัทได้ดำเนินโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 ครอบคลุมพื้นที่การดำเนินงานหลัก ได้แก่ สาขาอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ศูนย์การค้าเดอะวอล์ค ศูนย์กระจายสินค้า รวมถึงโรงงานผลิต เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน ลดการพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจณ สิ้นปี พ.ศ. 2568 บริษัทได้ขยายการติดตั้งระบบ Solar Rooftop เพิ่มขึ้นอีก 2 แห่ง ได้แก่ ศูนย์การค้าลิตเติ้ลวอล์ค สาขากรุงเทพกรีฑาและโรงงานอินเด็กซ์ อินเตอร์เฟิร์น โดยขยายขอบเขตของโครงการเพิ่ม Phase 2 ซึ่งประกอบด้วย Plant 5 และ Plant 6
ส่งผลให้บริษัทมีการติดตั้งระบบ Solar Rooftop รวมทั้งสิ้นจำนวน 29 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมพื้นที่การดำเนินงานที่มีศักยภาพในการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ และมีแผนในการขยายการติดตั้งเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องในปีถัดไป เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจและเป้าหมายด้านความยั่งยืนในระยะยาว ครอบคลุมพื้นที่การดำเนินงานที่มีศักยภาพในการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์และมีแผนในการขยายการติดตั้งเพิ่มอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจและเป้าหมายด้านความยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งบริษัทใช้พลังงานไฟฟ้าจาก 2 แหล่ง ได้แก่ ไฟฟ้าที่ซื้อจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และไฟฟ้าจากการผลิตพลังงานทดแทนจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) เท่านั้น โดยไม่มีการใช้ไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานแหล่งอื่น เช่น พลังงานนิวเคลียร์ น้ำมัน ถ่านหิน น้ำมันเตา เป็นต้น นอกจากนี้บริษัทไม่มีความเสี่ยงหรือผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับการสูญเสียพลังงานในระบบสายส่งหรือระบบจำหน่ายไฟฟ้า (Grid/Transmission Loss) เนื่องจากดำเนินธุรกิจค้าปลีก จำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ภายในบ้าน และอุปกรณ์ ไม่มีการผลิต ส่งผ่าน หรือจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าผ่านโครงข่ายไฟฟ้าเป็นของตนเอง
ในปี พ.ศ. 2568 บริษัทสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้รวมทั้งสิ้น 17,315.87 เมกะวัตต์ชั่วโมง (MWh) เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 10.40 และคิดเป็นการใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น 15.82% เทียบกับปีฐาน 2566 ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการระบบพลังงานหมุนเวียนและการขยายขอบเขตการติดตั้งอย่างเป็นรูปธรรม
จากการติดตั้ง Solar Rooftop ดังกล่าว บริษัทสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้รวม 8,107.29 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO₂eq) ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาพลังงานที่ไม่หมุนเวียน พร้อมทั้งสร้างโอกาสในการเสริมสร้างความมั่นคงและความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน ตลอดจนยกระดับบทบาทความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนขององค์กร สอดคล้องกับความมุ่งมั่นในการบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
ในปี 2568 บริษัทมีการใช้ไฟฟ้ารวม 69,612.80 MWh แบ่งเป็นไฟฟ้าที่ซื้อจากการไฟฟ้า 52,296.93 MWh และไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานแสงอาทิตย์ 17,315.87 MWh ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากภายนอก ลดต้นทุนด้านพลังงานคิดมูลค่าการประหยัดไฟฟ้าเท่ากับ 76,709,304.10 บาท โดยค่าไฟฟ้าเฉลี่ย 4.43 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง และ เมื่อพิจารณาประสิทธิภาพการใช้พลังงาน บริษัทมีปริมาณการใช้ไฟฟ้าต่อรายได้เท่ากับ 6,960.42 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.37 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2566 ขณะที่ความเข้มข้นของการใช้ไฟฟ้าต่อพื้นที่อยู่ที่ 55.03 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อตารางเมตร เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.28 เมื่อเทียบกับปีฐานเดียวกัน
โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Energy Saving Program)
บริษัทได้ดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานภายในอาคาร สาขา และโรงงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีโครงการสำคัญในปี 2568 ได้แก่
- การเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องทำความเย็น (Chiller): บริษัทดำเนินการศึกษาประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องทำความเย็น (Chiller) เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและลดการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง
- การเพิ่มประสิทธิภาพหอผึ่งเย็น (Cooling Tower) และเครื่องส่งลมเย็น (AHU): มีการตรวจสอบและดำเนินการตามแผนการบำรุงรักษาเชิงป้องกันของอุปกรณ์เครื่องจักรอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการใช้งาน
- การตั้งค่าการเปิด–ปิดระบบทำความเย็น (Chiller Operation): ปรับเปอร์เซ็นต์การทำงานของเครื่องส่งลมเย็น (AHU) ตามฤดูกาล เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพอากาศและลดการใช้ไฟฟ้าโดยไม่กระทบต่อสภาพแวดล้อมในอาคาร
- การเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split Type Air Condition): เปลี่ยนไปใช้ระบบ Inverter ที่ประหยัดพลังงานเมื่อมีการจัดซื้อทดแทนเครื่องเก่าที่ชำรุด
- การเปลี่ยนหลอดไฟเป็นชนิด LED: ดำเนินการเปลี่ยนหลอดไฟภายในอาคารเป็นแบบ LED ตามรอบไตรมาส แบบ LED ทดแทนหลอดเก่าที่ชำรุด
- มาตรการจัดการพลังงานภายในสาขา: กำหนดอุณหภูมิที่เหมาะสม การเปิด–ปิดไฟฟ้าในเวลาที่กำหนด และติดตามการใช้ไฟฟ้าเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด
- มาตรการประหยัดไฟฟ้าสำนักงาน: รณรงค์ให้มีการปิดไฟเวลาพักกลางวันหรือพื้นที่ที่ไม่มีการใช้งาน

โครงการ INDEX GOES GREEN’s
ตั้งแต่ปี 2566 บริษัทได้ดำเนินโครงการ INDEX GOES GREEN’s อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักรู้ในหมู่พนักงานและผู้บริหารถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ผ่านกิจกรรมและนโยบายที่ส่งเสริมการประหยัดพลังงานและลดการใช้ทรัพยากร เช่น การลดการใช้น้ำดื่มบรรจุขวดพลาสติก การใช้อุปกรณ์กรองน้ำ การจำกัดการพิมพ์เอกสาร และการเปลี่ยนมาใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการเลิกใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
